![]() |
เครื่องไซโคลตรอน (Cyclotron) ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีการแพทย์ระดับสูงในภาคใต้ โดยตั้งอยู่ที่ อาคารไซโคลตรอนและเพทซีที ความโดดเด่นของเครื่องไซโคลตรอนที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่ความทันสมัย แต่ยังมีบทบาทสำคัญในระดับยุทธศาสตร์การแพทย์ |
1. เป็นศูนย์ผลิตสารเภสัชรังสีแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้
ก่อนที่จะมีเครื่องไซโคลตรอนที่ มอ. โรงพยาบาลในภาคใต้ต้องสั่งซื้อสารเภสัชรังสี (เช่น F-18 FDG) จากกรุงเทพฯ ซึ่งมีข้อจำกัดมหาศาลเนื่องจากสารเหล่านี้มี ค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ที่สั้นมาก (สลายตัวเร็ว)
-
ความโดดเด่น: การมีเครื่องเองทำให้โรงพยาบาลสามารถผลิตสารรังสีและนำไปใช้กับผู้ป่วยได้ทันที ลดการสูญเสียความเข้มข้นของรังสีจากการขนส่ง ทำให้การตรวจ PET/CT มีความแม่นยำสูงสุด
2. การพึ่งพาตนเองด้านนวัตกรรมยา (Self-Sufficiency)
เครื่องไซโคลตรอนที่นี่ทำให้โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ทำหน้าที่เป็น "โรงงานผลิตยาจากรังสี" ที่ได้มาตรฐาน:
-
มาตรฐาน GMP: กระบวนการผลิตสารเภสัชรังสีที่นี่ดำเนินการในห้องสะอาด (Clean Room) และมีการควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ตามมาตรฐานสากล
-
ความหลากหลายของตัวยา: นอกจาก F-18 FDG ที่ใช้ตรวจมะเร็งทั่วไปแล้ว ยังมีความศักยภาพในการพัฒนาสารรังสีตัวใหม่ๆ (Radiopharmaceuticals) เพื่อใช้ตรวจวินิจฉัยโรคเฉพาะทาง เช่น โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคทางระบบประสาท
3. พลิกโฉมการรักษาโรคมะเร็ง (Precision Oncology)
การมีไซโคลตรอนสนับสนุนเครื่อง PET/CT ทำให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งในภาคใต้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง:
-
Early Detection: สามารถตรวจพบก้อนมะเร็งขนาดเล็กที่การตรวจ CT หรือ MRI ปกติอาจมองไม่เห็น
-
Staging & Monitoring: ช่วยในการแบ่งระยะของโรคได้อย่างแม่นยำ และประเมินได้ทันทีว่ายาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีที่ให้ไปนั้นได้ผลหรือไม่ ทำให้แพทย์ปรับแผนการรักษาได้ทันท่วงที
4. ศูนย์กลางกระจายสารเภสัชรังสีสู่เครือข่าย
ไม่เพียงแต่ใช้ภายในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เท่านั้น แต่ไซโคลตรอนแห่งนี้ยังมีบทบาทเป็น Hub ของภาคใต้:
-
สามารถผลิตและจัดส่งสารเภสัชรังสีให้กับโรงพยาบาลพันธมิตรในภูมิภาคที่มีเครื่อง PET/CT แต่ไม่มีเครื่องไซโคลตรอน ช่วยให้ผู้ป่วยในจังหวัดใกล้เคียงเข้าถึงการตรวจระดับสูงได้ง่ายขึ้นในราคาที่ถูกลง
5. ความก้าวหน้าด้านการวิจัยและวิชาการ
ในฐานะโรงเรียนแพทย์ ความโดดเด่นที่สำคัญคือการเป็น แหล่งวิจัยระดับโมเลกุล (Molecular Imaging):
-
เป็นสถานที่ฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง และนักรังสีเทคนิค รวมถึงเภสัชกรนิวเคลียร์
- เอื้อต่อการทำวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการใช้สารรังสีรักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Theranostics) ซึ่งเป็นเทรนด์การแพทย์ในอนาคต


